มนุษย์ทุกคนย่อมเติบโตแตกต่างกัน ทั้งทางด้านความคิดและสติปัญญา ที่มีย่อมไม่เหมือนกัน ทำให้เราย้อนกลับไปดูพัฒนาการของเราในวัยเด็กแล้วเกิดความแปลกใจอยู่เหมือนกัน
วันหนึ่งเรากลับไปนั่งย้อนดูสมุดพกในวัยเด็ก ก็จะมีทั้งทางด้านการเรียน พฤติกรรม ทางด้านร่างกายในสมัยอนุบาล นึกย้อนดูมันก็เกิดความตลกนะ อ่าน ๆ ไปทำให้เรานึกว่าตอนเด็ก ๆ เราเป็นอย่างที่ครูเขียนจริงมั้ย แต่ทำไงได้หลักฐานมันมีให้เห็นอยู่ตำตา อย่างแรกเลยเรามานั่งดูพัฒนาการของเราเองว่าตอนเด็กว่าเรา สูงเท่าไร หนักเท่าไร พอเราเห็นเราก็ตลกตัวเอง ในตอนอนุบาล 2-3 เราน้ำหนักอยู่ที่ 13 กิโลกรัม เท่านั้นยังไม่พอน้ำหนักตัวเราไม่เคยเพิ่มหรือลดลงมันคงที่อยู่เท่านั้น ตามที่ดูในสมุดพกครูตรวจ 6 ครั้ง เราหนักเท่ากันหมดมีแต่เพียงส่วนสูงเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้เรารู้ว่าเราเเป็นเด็กที่โตช้ากว่ารุ่นเดียวกัน
 |
เดี๊ยวไม่เชื่อ
|
ยังมีอีกอย่างที่เราคิดว่าเราเพิ่งทำคือ ตอนปวช. 3 เราเพิ่งเริ่มเรียนว่ายน้ำ ที่เรียนเพราะพ่อเป็นห่วงกลัวว่าน้ำท่วมโลกแล้วเรายังว่ายน้ำไม่เป็น แท้จริงแล้วน้ำยังไม่ท่วม แต่มันก็ดีกลับตัวเราเองนะ พอไปเรียนว่ายน้ำ เรากลับเจอเด็ก ๆ อายุยังไม่ถึงสิบขวบ แล้วว่ายน้ำเป็นแล้ว เราคิดว่าเราโตสุดในสระ ณ ตอนนั้นแต่ว่ายไม่เป็น กลัวและไม่ชอบ ครูสอนว่ายอยู่หลายชม.ก็ทำไม่ได้ ครูบอกว่าถ้าเราว่ายไม่ได้ให้หันไปดูเด็ก ๆ ที่เค้าทำได้ เราเลยคิดว่าต้องสู้แล้วล่ะ ลองดูสักตั้ง ลองผิดลองถูกสำลักตั้งหลายครั้งจนในที่สุดตอนนี้เรา ชอบว่ายน้ำมากกก ถ้าได้ลงสระแล้วขึ้นยาก มันเป็นอะไรที่สนุกมีสมาธิดี แล้วทำให้ร่างกายของเรามีความคล่องตัว
เราคิดว่าไม่ว่าร่างกายเราจะตัวเล็กหรือใหญ่ ถ้ามีความตั้งใจแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรต้องลองดู เราจะต้องพัฒนาตัวเองให้ได้ ในอนาตคเราจะลองสิ่งที่เราอยากทำมันมีหลายอย่าง เราอยากทำขนมให้อร่อย เก่งเรื่องภาษา ทั้งนี้เราก็ต้องมีความพยายามต่อไป ไม่ว่าจะทำช้าหรือเร็วก็ขอให้ได้ลองทำก่อน